banner

News & Event

ASAP โชว์ 9 เดือนทำรายได้ 1,919 ล้านบาท

‘ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์’ หรือ ASAP ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะยาวแบบครบวงจร รถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับภายใต้แบรนด์ asap (เอแซ็ป) ผนึกกลุ่มโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มธุรกิจ asap GO รับมอบรถโตโยต้า C-HR 100 คัน มาให้บริการหนุนแนวคิด Car Sharing กระตุ้นความต้องการใช้บริการเพิ่ม ขณะที่ผลงานงวด 9 เดือนแรกปีนี้ทำรายได้รวม 1,919 ล้านบาท เติบโต 25% และกำไรสุทธิทำได้ 89 ล้านบาท แม้ไตรมาส 3/61 ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยตามมาตรฐานทางบัญชีจากการขยายพอร์ตรถยนต์ให้เช่าเพิ่มขึ้น แต่มั่นใจศักยภาพการดำเนินงานยังแกร่ง โชว์ตัวเลข EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย) ปรับตัวขึ้น 26% สะท้อนจากการดำเนินธุรกิจสุดแกร่ง ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/61 คาดกลุ่มรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นโดดเด่น รับช่วงพีคไฮซีซั่นท่องเที่ยว หนุนภาพรวมทั้งปีเติบโตได้ตามแผนงาน

 

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะยาวแบบครบวงจรสำหรับลูกค้านิติบุคคล รถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับภายใต้แบรนด์ asap (เอแซ็ป) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จับมือร่วมกับโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจรถยนต์ให้เช่าที่คิดตามการใช้งานจริงภายใต้แบรนด์ asap GO ที่ได้นำแนวคิด Car Sharing มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและลดมลพิษจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์บนท้องถนน ซึ่งโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ให้การสนับสนุนในกลุ่มธุรกิจนี้ โดยนำรถยนต์โตโยต้า รุ่น C-HR จำนวน 100 คัน มาให้ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ asap GO ตามจุดจอดให้บริการตามอาคารสำนักงาน ซูเปอร์มาร์เก็ต สถาบันการเงินชั้นนำและโครงการคอนโดมิเนียม ที่มีจุดจอดมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งคาดว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อการสร้างการเติบโตให้แก่กลุ่มธุรกิจ asap GO ต่อไป   

“ความร่วมมือกันในครั้งนี้ระหว่างเรากับโตโยต้า จะเข้ามาหนุนศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ asap GO ให้มีความโดดเด่นมากขึ้น จากการให้บริการรถโตโยต้า C-HR ซึ่งเป็นรถรุ่นใหม่ที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ asap GO มากขึ้นและจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ ASAP เติบโตได้ดีต่อไปในอนาคต” นายทรงวิทย์ กล่าว

ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการในช่วง 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2561) บริษัทฯ ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งโดยมีรายได้รวม 1,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมาจากความความเชื่อมั่นของลูกค้าในการใช้บริการรถยนต์ให้เช่าทั้งระยะยาว รถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ รถยนต์ให้เช่าระยะสั้นและรถยนต์ให้เช่าคิดตามระยะทาง asap GO ในไตรมาส 3/61 (กรกฎาคม-กันยายน 2561) ยังรักษาอัตราการเติบโตได้ดี รวมถึงยอดการจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ครบสัญญาเช่าที่มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นและทำราคาขายต่อคันที่สูงขึ้น เข้ามาสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตเป็นไปตามแผน

ส่วนกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ ทำได้ 89 ล้านบาท ลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แม้ไตรมาส 3/61 บริษัทฯ จะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายพอร์ตรถยนต์ให้เช่าจำนวน 4,830 คัน ที่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคาตามมาตรฐานทางบัญชีที่สูงขึ้น มีผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 20.4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากดูถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ ASAP พบว่า มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยสะท้อนจาก กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBTDA ในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 1,158 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 918 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26%

“เราพอใจกับการผลักดันภาพรวมรายได้ที่เติบโตได้ดี แม้จะมีภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจด้วยการเพิ่มพอร์ตรถยนต์ให้เช่า ทำให้มีภาระด้านดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคาที่มากขึ้น แต่หากดูถึงตัวเลข EBITDA ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจจะเห็นได้ชัดเจนว่า ASAP มีความแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างชัดเจน” นายทรงวิทย์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASAP กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 คาดว่าจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะสั้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจรถยนต์ให้เช่าที่คิดค่าบริการตามการใช้งานจริงภายใต้แบรนด์ asap GO ที่ได้รับความสนในจากกลุ่มลูกค้าองค์และกลุ่มลูกค้าทั่วไปในการเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะยาวที่เป็นสัดส่วนรายได้หลักของ ASAP นั้นยังเติบโตได้ตามแผนงานจากความสำเร็จในการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ต่อสัญญาใช้บริการรวมถึงการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ๆ ได้เพิ่มเติม จึงมั่นใจว่า ด้วยภาพรวมการดำเนินงานในปีนี้ จะช่วยผลักดันให้ภาพรวมรายได้ของ ASAP ในปี 2561 เติบโต 30% ได้ตามเป้าที่วางไว้