banner

News & Event

นักวิชาการประเมินเศรษฐกิจไทยสุดแข็งแกร่ง

ศูนย์กลางการศึกษาเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขัน (Center for Competitiveness) มหาวิทยาลัย ไฟรบวร์ก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเมินเศรษฐกิจประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง เติบโตต่อเนื่อง ทศวรรษ  แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน ชี้ประเทศไทยยังน่าสนใจลงทุน จากพื้นฐานที่เข้มแข็ง  แนะเข้มงวดด้านคอร์รัปชั่น พร้อมดันไทย ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Hi-end  Medical Tourism นำจุดเด่นขึ้นมาขายบนเวทีโลก

 

Prof. Philippe Gugler ผู้อำนวยการศูนย์กลางการศึกษาเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขัน (Center for Competitiveness) มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (The University of Fribourg)  เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยฯ  มีมุมมองเชิงบวกกับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความน่าสนใจลงทุนอย่างมาก โดยมีการเติบโตจากตัวการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง ทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่ามีวิกฤตการณ์ในระดับโลก โดยหากจะพิจารณาจากรายงานขีดความสามารถในการแข่งขันของโลกหรือ Global Competitiveness Report (GCR) ซึ่งจัดทำโดยเวิลด์ อีโคโมมิก ฟอรั่ม (2018) จะเห็นได้ว่ามีเพียง ประเทศในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ไม่สูง ซึ่งอยู่ใน 40 ประเทศทั่วโลก(จากยอดรวมกว่า 140 ประเทศ) ที่มีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดี

 

โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 38 ของโลก และหากนับเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนนั้น จะอยู่ในลำดับที่ ตามหลังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งประเทศไทยมีจุดเด่นในเรื่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีพลวัตสูง และเป็นที่พึงพอใจของบริษัทห้างร้านทั้งหลาย อันเห็นได้จากรายงานของธนาคารโลกว่าด้วยเรื่องความง่ายในการทำธุรกิจ ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 26 ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ยังตามหลังประเทศไทย โดยอยู่ในลำดับที่ 33

 

ทั้งนี้ จากรายงานขีดความสามารถการแข่งขันของโลกปี 2561 ระบุตรงกันว่า ประเทศไทยควรยกระดับประสิทธิภาพของสถาบันต่างๆ โดยบริษัททั่วไปจะลงทุนและพัฒนานวัตกรรมในระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และสถาบันที่มีความโปร่งใส ตลอดจนมีกฏระเบียบที่ชัดเจน และเรื่องหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวเนื่องกับระดับการแข่งขันภายในประเทศ คือ ความพยายามในการลดคอร์รัปชั่น ซึ่งในปี 2560 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 96 ของดัชนีภาพลักษณ์ของคอร์รัปชั่น และอันดับที่ 80 ในเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นภายใต้รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกปี 2561 รวมถึงการเสริมสร้างการปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 99 ภายใต้รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกปี 2561

 

โดยการลงทุนจากบริษัทต่างชาติถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม ประสิทธิภาพ และผลิตภาพของบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเสาะแสวงหาความเป็นเลิศ ข้อจำกัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศ และการลงทุนโดยตรงโดยต่างชาติ ยังมีผลกระทบต่อระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย เช่น  ประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงสุดของโลกคือสิงคโปร์และสวิสเซอร์แลนด์ ต่างได้ประโยชน์จากการลงทุนโดยบริษัทต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำเงินทุนมาลงทุนเท่านั้น แต่ยังนำขีดความสามารถด้านนวัตกรรม การศึกษา และการฝึกอบรมสำหรับแรงงานท้องถิ่นด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีจุดเด่นที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มการท่องเที่ยว ซึ่งจุดที่ไทยมีศักยภาพคือการเป็นผู้นำของกลุ่ม Hi-end Medical Tourism สาเหตุที่ไทยควรดำเนินนโยบาย Hi-end Medical Tourism เนื่องจากมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวในระดับสูงเมื่อเทียบกับทั่วโลก  นอกจากนี้ยังมีความเป็นเลิศของบริการทางการแพทย์ของประเทศไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก และสามารถสร้างขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีได้  โดยรูปแบบของการดำเนินการน่าจะเป็นการจัดตั้งคลัสเตอร์การท่องเที่ยว ซึ่งจะตอบโจทย์และช่วยยกระดับของเศรษฐกิจประเทศไทยเติบโตได้ในระยะยาว