News Highlights

SORKON โชว์ไตรมาส 2/60 ทำกำไรนิวไฮ

ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ – SORKON โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/60 ทำนิวไฮ หลังมีกำไรสุทธิ 36.3 ล้านบาท หนุนครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิรวม 65.7 ล้านบาท ด้านผู้บริหาร ประเมินกำลังซื้อครึ่งปีหลังแนวโน้มซบ เร่งปรับตัวชูโมเดลขยายแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ แซ่บคลาสสิกและข้าวหมูยูนาน ตั้งเป้าธุรกิจ QSR โตไม่ต่ำกว่า 40% หนุนภาพรวมทั้งปีเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

 

2

 

นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในด้านผลการดำเนินงานเป็นอย่างมาก หลังทำกำไรนิวไฮสูงสุดนับตั้งแต่ที่เริ่มดำเนินธุรกิจมา โดยมีกำไรสุทธิ 36.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.6 ล้านบาท และมีรายได้รวม 705.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 671.8 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ปัจจัยการเติบโตดังกล่าวมาจากกลุ่มธุรกิจ ร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้น 33.2% รองลงมาได้แก่ กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป เติบโต 10.2% ส่วนกลุ่มธุรกิจอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ (อาหารพื้นเมืองไทย อาหารขบเคี้ยวและอาหารแช่แข็ง) มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แม้โดยภาพรวมบรรยากาศกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่คึกคักมากนักก็ตาม

 

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าว ส่งผลดีต่อภาพรวมผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2560) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 65.7 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 29.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,367.6 ล้านบาท

 

“ผลงานในไตรมาส 2/60 เราทำได้ดีมาก ซึ่งมาจากการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ From Farm to Table ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทุกกลุ่มธุรกิจของ ส.ขอนแก่น จึงทำให้เราสามารถทำกำไรสุทธินิวไฮในไตรมาสนี้” นายเจริญ กล่าว

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SORKON กล่าวว่า แนวทางดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯ จะปรับกลยุทธ์ของธุรกิจ QSR ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยชูโมเดลเน้นขยายสาขาผ่านแฟรนไชส์ให้แก่นักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนขยายสาขาเพิ่มเติม จากเดิมบริษัทฯ เป็นผู้ลงทุนเปิดสาขาเองทั้งหมด โดยตั้งเป้าปีนี้จะมีสาขาแซ่บ คลาสสิก เปิดให้บริการจำนวน 20 สาขา แบ่งเป็น บริษัทฯ ที่เป็นผู้ลงทุนเองจำนวน 13 สาขา และเป็นของแฟรนไชน์อีกจำนวน 7 สาขา พร้อมกันนี้ยังมีแผนเมนูอาหารใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทยและต่างชาติ

 

ส่วนร้านข้าวขาหมูยูนาน บริษัทฯ จะเน้นการเปิดสาขาขนาดเล็กหรือ คีออส ผ่านการขายแฟรนไชส์แก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งใช้เงินลงทุนเพียง 100,000 บาท หวังรุกเข้าสู่แหล่งชุมชน ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการเปิดร้านข้าวขาหมูเป็นจำนวนมาก คาดว่าภายปีนี้จะเปิดเพิ่มได้อีก 30 แห่งทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน จาก ณ สิ้นปี 2559 ที่มีอยู่ 24 แห่ง แบ่งเป็นสาขาในประเทศไทยจำนวน 19 สาขา กัมพูชา 3 สาขา ลาว 2 สาขา พร้อมกันนี้ ยังจะจัดทำสินค้าขาหมูพร้อมทานไปวางจำหน่ายภายในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ รองรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อกลับไปทานที่บ้านอีกด้วย

 

จากแผนงานดังกล่าว เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจ QSR ในปีนี้ทำยอดขายเเติบโตมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและช่วยผลักดันให้ภาพรวมการดำเนินงานของ ส.ขอนแก่นในปีนี้ สามารถทำยอดขายรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามแผนที่วางไว้

 

334



Share this:


<< Back