banner

News & Event

DOHOME เคาะราคาเสนอขายที่ 7.80 บาทต่อหุ้น

บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ “DOHOME” หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจรของประเทศไทย ประกาศราคาเสนอขายของหุ้นสามัญที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 7.80 บาทต่อหุ้น หลังได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากนักลงทุนสถาบันคุณภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อปัจจัยพื้นฐาน ความสามารถของทีมผูบริหารและศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ พร้อมประกาศแผนลุยขยายสาขาขนาดใหญ่รูปแบบใหม่และแตกโมเดลสาขาขนาดเล็กภายใต้ชื่อ "Dohome To Go" เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง

 

นายอนุวัฒน์  ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์  ภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม เปิดเผยว่า การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ กระทำโดยกระบวนการสำรวจความต้องการซื้อของนักลงทุนสถาบัน หรือ Bookbuilding ซึ่งพบว่ามีสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมากให้ความสนใจ และมีความต้องการซื้อมากกว่าปริมาณหุ้นที่เสนอขายเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ และผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย ร่วมกันกำหนดราคาขายที่ 7.80 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาที่ใช้ในการทำ Bookbuilding

 

“เรามั่นใจว่า ราคาเสนอขายดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุน และความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ความสามารถของทีมบริหารและศักยภาพในการสร้างการเติบโตในอนาคตของ DOHOME ทั้งนี้ IPO ของ DOHOME ในครั้งนี้ จัดเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดนับจากต้นปีจนถึงเดือนกรกฎาคม 2562 (2562YTD)ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายอนุวัฒน์ กล่าว

 

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการ
การจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวเสริมว่า การเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ จะจัดสรรหุ้นสามัญจำนวน 465,040,000 หุ้น หรือ
คิดเป็นร้อยละ 25.1 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ และมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวน 56,160,000 หุ้น รวมทั้งสิ้นจำนวน521,200,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.1 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายครั้งนี้ (กรณีมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญส่วนเกินทั้งจำนวน) ทั้งนี้ ทั้งนี้ DOHOME ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และแบบFiling มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้กำหนดระยะเวลาจองซื้อระหว่างวันที่ 25  26 และ 30  31 กรกฎาคม 2562 ตามรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวน โดยคาดว่าจะสามารถนำหุ้นของ DOHOME เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อ “DOHOME” ในหมวดพาณิชย์ (Commerce) ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้

 

นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า DOHOME มีความยินดีที่นักลงทุนให้การตอบรับอย่างดีต่อการเสนอขายหุ้นสามัญของDOHOME ในครั้งนี้ โดย DOHOME วางกลยุทธ์ที่จะขยายสาขาทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยแผนการเปิดสาขาขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ที่มีขนาดพื้นที่เล็กลงรวม 7 สาขาภายในปี 2564 ในหัวเมืองที่สำคัญ โดยยังคงความครบถ้วนของสินค้าไว้ไม่แตกต่างจากสาขาเดิม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงการพัฒนาโมเดลขยายสาขาขนาดเล็กภายใต้ชื่อ “Dohome To Go”ในบริเวณพื้นที่ศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองที่ต้องการปรับปรุงซ่อมแซมตกแต่งบ้าน และสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการขยายสาขาของ DOHOME อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยล่าสุดได้เปิดบริการสาขาแรกแล้วที่แม็คโคร สาขาจรัญสนิทวงศ์ และจะทยอยเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าหมายรวม 90 สาขาภายในปี 2564

 

นอกจากการลงทุนเพื่อขยายสาขาแล้ว DOHOME จะนำเงินจากการระดมทุนในครั้งนี้ไปพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของกลุ่มบริษัทฯ ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและภาระหนี้อื่นๆ ในอนาคต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ อีกด้วย

 

ทั้งนี้ ผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วมในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์  ภัทร จำกัด (มหาชน) โดยผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

 

คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผุ้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินในลงทุน