banner

News & Event

ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลมองลงทุนปี 2016 เศรษฐกิจโลกขยายตัวภายใต้ความผันผวน
ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลมองลงทุนปี 2016  เศรษฐกิจโลกขยายตัวภายใต้ความผันผวนคัด 3 ธีมลงทุนหลัก

1) Policy Divergence วางหมากลงทุนภายใต้นโยบายที่สวนทาง

2) Selection is the Key เน้นกองทุนที่เก่งเลือกหุ้นรายตัว–แนะนำซิวเวอร์เอจ ไอพร็อพ หุ้นยุโรป

3) Focus on Infrastructure เน้นหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเติบโตต่อเนื่อง

เปิดตัว ‘กองทุนโกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์’ คาดผลตอบแทน 10%-15% ต่อปี

นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด มองภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ระดับ 3.1%-3.4% จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐฯจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่เงินทุนจะไหลกลับเข้าลงทุนในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ในขณะที่การฟื้นตัวของกลุ่มยูโรโซนและญี่ปุ่นยังคงใช้นโยบายเชิงผ่อนคลาย (QE) ต่อเนื่องและการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาในขณะที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เริ่มมีเสถียรภาพดีขึ้น โดยเน้นที่ภูมิภาคเอเชียเป็นหลักที่จะสามารถเติบโตได้ ส่วนกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและตะวันออกกลางยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับลดลงส่งผลต่อเศรษฐกิจอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวทางเศรษฐกิจจีนจะยังคงเป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อภาพการลงทุนทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอยู่ในระดับประมาณ 6.3% (IMF, October 2015) ซึ่งมาจากถดถอยของการลงทุนภาครัฐและเอกชน ทำให้คาดการณ์ว่าทางการจีนจะเน้นการเพิ่มการบริโภคภาคครัวเรือน รวมถึงมีโอกาสที่ธนาคารกลางจีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและอัตราส่วนเงินกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงเพื่อเป็นการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล แบ่งธีมการลงทุนเป็น 3 กลุ่ม

  • ธีมการลงทุนที่ 1 การดำเนินนโยบายสวนกัน (Policy Divergence)  โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ เตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ภูมิภาคยุโรปและญี่ปุ่นคงนโนบายอัตราดอกเบี้ยต่ำและการทำ QE ต่อเนื่อง ส่วนธนาคารกลางอังกฤษเตรียมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย และธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง ทำให้การลงทุนในปี 2016 ต้องเผชิญกับภาวะความผันผวน ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของภูมิภาคเอเชียแกว่งตัว ซึ่งกระทบต่อภาคการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ
  • ธีมการลงทุนที่ 2 เน้นกลยุทธ์เลือกหุ้นรายตัว (Selection is the Key) ภายใต้ความไม่แน่นอนของการลงทุน การคัดเลือกลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นลงทุนในกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอโดยมาจากหุ้นที่เลือกลงทุนที่มีผลประกอบการดีสามารถเติบโตได้ถึงแม้ภาวะการลงทุนจะผันผวน ได้แก่

กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล ซิวเวอร์ เอจ (CIMB-Principal Global Silver Age Fund)  ลงทุนในกลุ่มกลุ่มธุรกิจ ‘Silver Age’ ที่เติบโตจากกำลังซื้อที่มีความมั่งคั่งและมีอำนาจการใช้จ่ายสูงเน้นธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของกลุ่มเกษียณมั่งคั่งกลุ่มการแพทย์กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน อิควิตี้ (CIMB-Principal European Equity Fund)  เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีในภูมิภาคยุโรปที่มีแนวโน้มและศักยภาพการเติบโตสูงปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากมาตรการQE ของยุโรปที่ขยายเวลาการทำ QE ออกไปถึงเดือนมีนาคม 2017 ในวงเงินเดือนละ60,000 ล้านยูโร เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (CIMB-Principal Property Income Fund)  ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ REITs โดยกองทุนได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากเงินปันผลที่มาจากรายได้ค่าเช่าของสินทรัพย์ลงทุน

  • ธีมการลงทุนที่ 3 Focus on Infrastructure การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นกลไกสำคัญที่แต่ละประเทศใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงในภาวะที่ตลาดลงทุนผันผวน การเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นการลงทุนในกลุ่ม Defensive Play เนื่องจากให้อัตราผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมีโอกาสเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

คุณวิน กล่าวว่า “เรามองว่าเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้น แต่ภายใต้ภาวะการลงทุนที่มีปัจจัยความไม่แน่นอน แนะนำให้ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มน้ำหนักกองทุนที่เน้นเลือกหุ้นรายตัวแบบ Bottom-up Stock Selection เน้นหุ้นที่ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจโลกโดยแบ่งการลงทุนเป็น 2 พอร์ตหลักคือ พอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และพอร์ตการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนในแต่ละช่วงจังหวะการลงทุน หากท่านนักลงทุนใช้เทคนิคการจัดพอร์ตการลงทุนแบบนี้แล้วจะทำให้พอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในปีนี้