banner

News & Event

SCN เล็งนำบริษัทลูก ‘สยามวาสโก’ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังเพิ่มทุนเป็น 200 ล้านบาท รุกขยายสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ ช่วยผลักดันภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้โตพุ่งถึง 40
สแกน อินเตอร์ หรือ SCN เล็งนำบริษัท สยามวาสโก จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต หลังเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท หวังใช้เป็นหัวหอกรุกขยายธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ ปูพรมผุดสถานีบริการก๊าซธรรมชาติเพิ่ม ด้วยโมเดลวิธีการเข้าซื้อกิจการหรือลงทุนพัฒนาสถานีบริการเอง ตั้งเป้าปีนี้ขยายเพิ่ม 3 แห่ง ดันสิ้นปีมีธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์เพิ่มเป็น 10 แห่ง หวังหนุนภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้พุ่ง 40% หลังปีก่อนทำกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการ 239.94 ล้านบาทและจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น  

ดร.ฤทธี กิจพิพิธ กรรมการบริหาร ผู้อำนวยการสายงานบริหารและการตลาด บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแนวคิดผลักดันบริษัท สยามวาสโก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของSCN ที่ถือหุ้น 100% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในอนาคต หลังได้ประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนรุกขยายธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์อย่างจริงจัง หลังภาครัฐมีนโยบายประกาศลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติ NGV และให้ภาคเอกชนลงทุนทำธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ได้อย่างเสรี

สำหรับธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ต่อจากนี้ จะดำเนินงานภายใต้บริษัท สยามวาสโก จำกัด ทั้งหมด โดยมีแนวทางลงทุนขยายสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ทั้งในรูปแบบการเข้าซื้อกิจการ (M&A) หรือลงทุนพัฒนาสถานีบริการขึ้นมาเอง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะขยายเพิ่ม 3 แห่งภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มี 7 แห่ง แบ่งเป็นสถานีที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการเอง 4 แห่งและเป็นสถานีที่ร่วมทุนกับ บมจ. ซัสโก้ อีก 3 แห่ง ส่งผลให้สิ้นปีนี้ จะมีสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์เพิ่มเป็น 10 แห่ง

ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวเพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ในภาคขนส่ง ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลังจากประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ซึ่งช่วยผลักดันปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่ายอดขายจากธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์เฉลี่ยจะสูงกว่า 450,000 กิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็นรายได้ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท

“ปีนี้เราจะรุกขยายธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ให้มากขึ้น เนื่องจากเห็นโอกาสการขยายตัวของปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ในกลุ่มภาคขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น จากปัจจัยราคาที่ยังถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ เช่น น้ำมันดีเซล ที่คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติ NGV จะถูกกว่าถึง 50% หลังแนวโน้มของราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มทยอยตัวสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยกระตุ้นปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV และช่วยผลักดันภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตได้ 40%” ดร.ฤทธี กล่าว

ส่วนผลประกอบการในปี 2558 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการ หลังหักกำไรสุทธิจากโครงการพิเศษและกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้ขายออกไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิ 239.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.45% ซึ่งมีปัจจัยมาจากการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ ทั้งธุรกิจก๊าซธรรมชาติอัดสำหรับภาคอุตสาหกรรม (iCNG) ธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติหลักโดยเอกชน (PMS) ธุรกิจขนส่งก๊าซธรรมชาติ (TPL) และสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (PBS) ที่มีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในทุกหน่วยงานช่วยหนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตสูงขึ้น ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานรอบปี 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 และปิดสมุดทะเบียน เพื่อรวบรวมรายชื่อในวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 โดยจะจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 นี้