banner

News & Event

บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลัง ก.ล.ต. นับ 1 คำขอเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 420 ล้านหุ้น
กลต.นับ 1 คำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่ มทุน ของ ‘บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์’ ผู้นำธุรกิจบริหารกิ จการประปาอย่างครบวงจร เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 420 ล้านหุ้น ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรั พย์แห่งประเทศไทยในช่วงกลางปีนี้ ด้านผู้บริหารชูจุดแข็งด้ านเทคโนโลยีการผลิตน้ ำประปาจากน้ำทะเลด้วยระบบรี เวอร์สออสโมซีส (Reverse Osmosis) แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำตามแหล่ งท่องเที่ยวสำคัญของไทย ช่วยหนุนศักยภาพการเติบโตของอุ ตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการเป็นคู่สัญญาระยะยาวกั บการประปาส่วนภูมิภาคและองค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลายพื้ นที่ ช่วยสร้างความมั่นคงด้านการผลิ ตน้ำประปาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น รองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต

นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 420 ล้านหุ้นหรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 45 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ ซึ่งล่าสุด ก.ล.ต. ได้นับ 1 คำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ. ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบัน บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ มีทุนจดทะเบียน 930 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 930 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยเป็นทุนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วทั้งหมดจำนวน 510 ล้านหุ้นและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนอีกไม่เกิน 420 ล้านหุ้น ซึ่งการเสนอขายหุ้นIPO ครั้งนี้ บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ ได้กำหนดสัดส่วนเสนอขายหุ้นเพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวนไม่เกิน 353 ล้านหุ้น ส่วนจำนวนหุ้นที่เหลืออีกไม่เกิน 67 ล้านหุ้น จะเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นของ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (Pre-emptive Right)

ทั้งนี้ บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จะกำหนดวันเสนอขายหุ้น IPO และนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายหลังจากการนำเสนอข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่สนใจ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯต่อไป

นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ ถือเป็นผู้นำธุรกิจบริหารกิจการประปาอย่างครบวงจร ที่ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทฯ และบริษัทย่อย 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท ประปาฉะเชิงเทรา จำกัด บริษัท ประปาบางปะกง จำกัด บริษัท ประปานครสวรรค์ จำกัด และบริษัท เอ็กคอมธารา จำกัด โดยสามารถจัดแบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามวิธีการผลิตน้ำประปาได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกิจการประปาผิวดิน และกลุ่มกิจการประปาจากน้ำทะเล  การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ครอบคลุมถึงการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาให้แก่คู่สัญญา ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างๆ หรือการจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้ใช้น้ำรายย่อย ทั้งนี้ บริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบบริหารกิจการประปาในหลายพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การลงทุนและบริหารโครงการทั้งหมด ในรูปแบบสัญญาต่างๆ ได้แก่ BOO (Build-Own-Operate) BTO (Build-Transfer-Operate) BOOT (Build-Own-Operate-Transfer) และ Lease ตลอดจนการรับจ้างบริหารกิจการประปาให้แก่ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก ซึ่งสัญญาในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดเป็นสัญญาระยะยาว 15-30 ปี

นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล รักษาการกรรมการผู้จัดการ บมจ.ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีประสบการณ์และความชำนาญการบริหารกิจการประปาอย่างครบวงจร ด้วยจุดแข็งด้านการดำเนินธุรกิจที่นำเทคโนโลยีการผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเลด้วยระบบรีเวอร์ส ออสโมซีส (Reverse Osmosis) หรือการแยกเกลือออกจากน้ำมาใช้เป็นรายแรกของไทย ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของไทยภายใต้สัญญาร่วมทุนจากหน่วยงานราชการ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่การผลิตน้ำประปาและสามารถส่งจ่ายน้ำให้กับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังทำสัญญาร่วมทุนเพื่อการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำประปากับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เช่น การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในรูปแบบสัญญาสัมปทานและรับจ้างบริหารกิจการประปาระยะยาว ทำให้บริษัทฯ สามารถลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำประปา อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทั้งด้านการขยายเขตจำหน่ายน้ำ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าสูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเข้าประมูลแข่งขันเพื่อเข้าพัฒนาบริหารกิจการประปาใหม่ๆ เพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำประปาเพื่ออุปโภคและบริโภคในอนาคต

ส่วนผลการดำเนินงานในรอบปี 2558 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,272 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 187.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 118.6 ล้านบาท โดยมาจากรายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาซึ่งเป็นรายได้หลักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ