banner

News & Event

GL ผนึกกำลัง J Trust รุกใหญ่ตลาดอินโดนีเซีย
บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ ในอาเซียน จับมือกลุ่ม J Trust จากญี่ปุ่น รุกตลาดอินโดนีเซียซึ่งเป็ นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซี ยนโดยมีประชากรกว่า 250 ล้านคน หลังกลุ่ม GL ประสบความสำเร็จในการขยายฐานธุ รกิจจากประเทศไทยสู่กัมพูชาและ สปป.ลาว โดยสามารถเพิ่มยอดสินเชื่ออย่ างมากและผลักดันกำไรสู่นิวไฮอย่ างต่อเนื่อง

กลุ่ม GL และ J Trust ผนึกกำลังกันอย่างเหนียวแน่นหลังคณะกรรมการของ GL ลงมติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในการออกหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวนเงิน 130 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับบริษัท J Trust Asia (JTA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ J Trust ในประเทศญี่ปุ่น โดยนับเป็นครั้งที่ 2หลังจากที่ GL ได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพชุดแรกมูลค่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับ JTA เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และ JTA ได้แปลงสภาพทั้งหมดเป็นหุ้นสามัญของ GL เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

J Trust เป็นกลุ่มการเงินชั้นนำของญี่ปุ่นซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว โดยมีธุรกิจทางการเงินหลายอย่างรวมทั้งเป็นเจ้าของธนาคาร J Trust Bank ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีสาขา 62 แห่ง

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL กล่าวว่า การผนึกกำลังกับ J Trust ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญและจะเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยธนาคาร J Trust Bank มีใบอนุญาตระดมเงินฝากในอินโดนีเซียจะรับผิดชอบในส่วนของการระดมทุน ขณะที่ฝ่าย GL โดยบริษัทร่วมทุนที่จดทะเบียนในอินโดนีเซียคือบริษัท GLFI มีหน้าที่บริหารจัดการเงินทุนที่ระดมมาได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ โดยอาศัยเครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิตอลไฟแนนซ์ที่GL พัฒนาขึ้นมาเพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า

“นับเป็นความร่วมมือที่สุดยอดระหว่างธนาคารกับบริษัทไฟแนนซ์” นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจง

สำหรับธุรกิจใหม่ในอินโดนีเซียนั้น บริษัทร่วมทุนของ GL คือ GLFI ซึ่ง GL ถือหุ้นอยู่ 65% และ JTA ถือหุ้น 20% ส่วนที่เหลืออีก15% ถือโดยนักลงทุนท้องถิ่นนั้น จะไม่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เนื่องจากมีการแข่งขันสูง แต่จะเน้นปล่อยสินเชื่อเครื่องจักรกลการเกษตร แผงโซล่าร์เซลล์และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ GL ได้ให้บริการสินเชื่อเหล่านี้อยู่แล้วในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว โดยในอินโดนีเซียนั้นมีแผนจะขยายสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวอินโดนีเซีย อาทิ การซ่อมแซมบ้าน การปรับปรุงเรือกสวนไร่นาและการสต็อกสินค้า

นายมิทซึจิ กล่าวแสดงความมั่นใจว่า ธุรกิจใหม่ในอินโดนีเซียนั้นจะสามารถสร้างอัตรากำไรสูงและคาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยจะนำระบบดิจิตอลไฟแนนซ์มาใช้หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในกัมพูชาและ สปป.ลาว ซึ่ง GL คาดว่าตลาดอินโดนีเซียมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างมหาศาลหรือใหญ่กว่าตลาดกัมพูชาประมาณ 10 เท่า เนื่องจากมีจำนวนประชากรมากกว่า 250 ล้านคน โดยขณะนี้กำลังรอใบอนุญาตจากทางการอินโดนีเซียและคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจได้ภายในไตรมาส 2 นี้

ในขณะเดียวกันประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ J Trust Mr.Nobuyoshi Fujisawa กล่าวแสดงความมั่นใจเช่นเดียวกันว่า ความร่วมมือระหว่าง J Trust กับ GL นั้น จะเอื้อประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่ายในการรุกเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ นอกจากหุ้นกู้แปลงสภาพวงเงิน 130 ล้านเหรียญสหรัฐ คณะกรรมการ GL ยังได้ลงมติออกใบสำคัญแสดงสิทธิชุดใหม่ (GL-W4) จำนวน 170 ล้านหน่วย โดยแจกให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 9 ต่อ 1 กำหนดระยะเวลา 2 ปี อัตราการแปลงสภาพ 1 วอแรนต์ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคา 40 บาท ซึ่งหากผู้ถือหุ้นและ JTA ใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิและหุ้นกู้ทั้งหมด GL จะได้เงินทุนใหม่เป็นมูลค่ารวมถึงกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ขยายธุรกิจครั้งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียนในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า