banner

News & Event

มาสเตอร์ แอด โชว์ไตรมาส 1/59 ทำรายได้เติบโต 12.43% รับลูกค้าซื้อสื่อป้ายโฆษณาบิลบอร์ด หนุนภาพรวมการใช้พื้นที่สื่อเพิ่ม
MACO เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 ทำรายได้เติบโต 12.43 % หลังลูกค้าสนใจเช่าพื้นที่ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น หนุนอัตราการใช้พื้นที่สื่อโฆษณาโดยรวมเป็น 72% ของพื้นที่สื่อทั้งหมด และการเป็นพันธมิตรกับ VGI เข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้านผู้บริหารมองมุมบวกหลัง VGI เข้ามาควบรวมกิจการจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งด้านต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและเสริมศักยภาพการดำเนินงานธุรกิจสื่อป้ายโฆษณาตามต่อม่อบีทีเอส ที่ MACO ได้รับโอกาสเพิ่มพื้นที่สื่อโฆษณาตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสสายใหม่เพิ่มเติม ส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว    

นายนพดล ตัณศลารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO ผู้สร้างสรรค์เครือข่ายสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยครบวงจร ที่นำความคิดสร้างสรรค์ผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อผลิตสื่อโฆษณาที่มีประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์สินค้ากับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน (OHM Gateway Connectivity) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสแรก 1/59 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ ทำรายได้รวม 187.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.43 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 167.03 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.36  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.72 % เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ความสำเร็จด้านผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/59 มาจากลูกค้าให้ความสนใจเช่าพื้นที่สื่อป้ายโฆษณากลางแจ้ง (บิลบอร์ด) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันการเป็นพันธมิตรกับ VGI ที่เข้ามาช่วยขายสื่อประเภท Street Furniture และ Transit โดยได้ปรับการันตีรายได้ขั้นต่ำให้แก่ MACO เพิ่มขึ้น 5% จึงช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ให้เติบโตอีกด้วย

“ในไตรมาสแรกปีนี้ เรายังสามารถผลักดันการเติบโตของอัตราการใช้พื้นที่สื่อโฆษณาโดยรวมของ MACO ให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสื่อโฆษณาบิลบอร์ดของเราได้รับความสนใจจากลูกค้ามาเช่าพื้นที่ป้ายโฆษณาเพิ่มขึ้น ประกอบกับ VGI ได้เพิ่มส่วนแบ่งรายได้จาการบริหารสื่อโฆษณา Street Furniture และ Transit จึงทำให้ภาพรวมรายได้ของเราเติบโตได้เป็นอย่างดี” นายนพดล กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MACO กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ VGI ได้เพิ่มสัดส่วนลงทุนใน MACO นั้น บริษัทฯ มองว่าจะเข้ามาช่วยเกื้อหนุนศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากการควบรวมกันครั้งนี้จะทำให้ต้นทุนด้านบริหารการดำเนินงานและต้นทุนการเงินลดลง ขณะเดียวกันยังส่งผลดีต่อความมั่นใจในการได้รับสัมปทานสื่อโฆษณาตามแนวตอม่อรถไฟฟ้าบีทีเอสสายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ MACO ในระยะยาว

ส่วนแผนงานต่อจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาและพื้นที่โฆษณาเพิ่มขึ้น 20,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นสื่อประเภทป้ายโฆษณาทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และสื่อโฆษณาประเภท Street Furniture ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมโฆษณา ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการใช้พื้นที่สื่อโฆษณาโดยเฉลี่ยในปีนี้ และผลักดันผลการดำเนินงานปีนี้ให้เติบโตได้ 15% ตามเป้าที่วางไว้